ลวดเชื่อมไฟฟ้าแรงดึงสูงทนอุณหภูมิสูง KOBE CM-B108 AWS A5.5 E9018-B3, JIS Z3211 E6916-N3CM1 U
ลวดเชื่อมไฟฟ้าเหล็กทนความร้อนสูง KOBE CM-B108 (E9018-B3) เป็นลวดเชื่อมชนิดไฮโดรเจนต่ำสำหรับเชื่อมเหล็กโลหะผสมต่ำ (Low Alloy Steel) ที่ต้องการคุณสมบัติทนทานต่ออุณหภูมิสูง โดยสามารถทนอุณหภูมิได้สูงสุดถึง 600 องศาเซลเซียส
คุณสมบัติ
- การจำแนกประเภท (Classification): AWS A5.5 E9018-B3 และ JIS Z3211 E6916-N3CM1 U
- ส่วนผสมหลักของเนื้อเชื่อม: มีส่วนผสมของโครเมียม (Cr) ประมาณ 2.25% และโมลิบดีนัม (Mo) ประมาณ 1% ซึ่งช่วยเพิ่มคุณสมบัติการทนความร้อนและการคืบ (creep resistance)
- ความสามารถในการทนอุณหภูมิ: สามารถทนต่ออุณหภูมิการใช้งานได้สูงถึงประมาณ 600°C (1112°F)
- คุณสมบัติทางกล: ให้ความแข็งแรงของแนวเชื่อมสูง โดยมีค่าความต้านทานแรงดึง (Tensile Strength) ขั้นต่ำที่ 621 MPa (90,000 psi)
- ประเภทการใช้งาน: เป็นลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ชนิดเบสิก (Basic coated) ควบคุมปริมาณไฮโดรเจนต่ำ ช่วยลดความเสี่ยงของการแตกร้าวจากไฮโดรเจน (hydrogen cracking)
- ท่าเชื่อม: สามารถเชื่อมได้ทุกท่าเชื่อม ยกเว้นท่าเชื่อมลงแนวดิ่ง (Vertical Down)
- กระแสไฟฟ้า: ใช้ได้ทั้งกระแสสลับ (AC) และกระแสตรงขั้วบวก (DCEP)
การใช้งานที่เหมาะสม
ลวดเชื่อม KOBE CM-B108 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานในอุตสาหกรรมที่ชิ้นส่วนต้องทำงานภายใต้สภาวะความร้อนและแรงดันสูงอย่างต่อเนื่อง เช่น:
- การเชื่อมท่อไอน้ำแรงดันสูง (Steam pipes) ในโรงไฟฟ้า
- งานเชื่อมในอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี
- การเชื่อมหม้อไอน้ำ (Boilers) และภาชนะรับความดัน (Pressure vessels)
- การเชื่อมเหล็กหล่อและเหล็กตีขึ้นรูปเกรด 2.25%Cr-1%Mo ที่เทียบเท่ากับมาตรฐาน ASTM A387 Gr.22, T22, หรือ P22
ส่วนผสมทางเคมีโดยประมาณ (Weld Metal):
- คาร์บอน (C): 0.05 - 0.12%
- โครเมียม (Cr): 2.00 - 2.50%
- โมลิบดีนัม (Mo): 0.90 - 1.20%
คุณสมบัติทางกล (Mechanical Properties):
- แรงดึง (Tensile Strength): ≥ 621 MPa
- จุดยืดหยุ่น (Yield Strength): ≥ 531 MPa
- ความยืดตัว (Elongation): ≥ 17%
ข้อแนะนำในการใช้งาน (Usage Instructions)
- การอบลวดเชื่อม: ต้องอบลวดเชื่อมก่อนใช้งานที่อุณหภูมิ 325 - 375°C เป็นเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อขจัดความชื้นและป้องกันการเกิดรอยแตกจากไฮโดรเจน
- การให้ความร้อนล่วงหน้า (Preheat): ควรให้ความร้อนที่ชิ้นงานก่อนเชื่อม (Preheating) และรักษาระหว่างแนวเชื่อม (Interpass Temperature) ตามสเปคของเหล็กที่นำมาเชื่อม
- การจัดการหลังเชื่อม (PWHT): มักต้องผ่านกระบวนการคลายเครียดด้วยความร้อน (Post Weld Heat Treatment) ที่อุณหภูมิประมาณ 690 ± 15°C เพื่อให้ได้คุณสมบัติทางกลตามมาตรฐาน
- เทคนิคการเชื่อม: ควรรักษาระยะอาร์กให้สั้นที่สุด และใช้เทคนิค Backstep ในการเริ่มต้นเชื่อมเพื่อป้องกันการเกิดรูพรุน (Porosity) ที่จุดเริ่ม