ลวดเชื่อมไฟฟ้าแรงดึงสูงทนอุณหภูมิสูง KOBE CM-A96 AWS A5.5 E8016-B2, JIS Z3223 DT2316
ลวดเชื่อมไฟฟ้าเหล็กทนความร้อนสูง KOBE CM-A96 (E8016-B2) เป็นลวดเชื่อมไฟฟ้าแบบหุ้มฟลักซ์ชนิดไฮโดรเจนต่ำ (Low Hydrogen) ออกแบบมาเฉพาะสำหรับเชื่อมเหล็กกล้าผสมต่ำทนความร้อน (Heat-Resistant Low-Alloy Steel) ที่มีส่วนผสมของโครเมียม 1.25% และโมลิบดีนัม 0.5%
คุณสมบัติ
- มาตรฐานอ้างอิง: AWS A5.5 E8016-B2 และ JIS Z3223 DT2316
- ประเภทโลหะ: เหล็กเจือต่ำทนความร้อน (Heat-Resistant Low-Alloy Steel)
- ส่วนผสมในเนื้อโลหะเชื่อม: โดยทั่วไปประกอบด้วยโครเมียม (Cr) 1.25% และโมลิบดีนัม (Mo) 0.5% ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงและการทนทานต่อการคืบ (creep resistance) ที่อุณหภูมิสูง
- ลักษณะการใช้งาน: เป็นลวดเชื่อมชนิดไฮโดรเจนต่ำที่สามารถเชื่อมได้ในทุกท่าเชื่อม (All position welding) ให้การอาร์คที่นิ่งเรียบและมีคุณสมบัติทางกลที่ดีเยี่ยม
- ท่าเชื่อม: สามารถเชื่อมได้ในทุกท่าเชื่อม (All positions) ให้การอาร์คที่นิ่งและรอยเชื่อมมีคุณภาพสูง
การใช้งานที่เหมาะสม
ประเภทงาน: ใช้เชื่อมเหล็กกล้าผสมต่ำทนความร้อน เช่น ASTM A387 Gr.11 และ Gr.12 หรือเกรดท่อ T11, P11, T12 และ P12- กลุ่มอุตสาหกรรม: เหมาะสำหรับอุปกรณ์ในโรงไฟฟ้า (เช่น ท่อสตีมไอน้ำ), โรงกลั่นน้ำมัน และโรงงานปิโตรเคมี
ส่วนผสมทางเคมีของเนื้อโลหะเชื่อม:
- โครเมียม (Cr): 1.00 – 1.50% (ช่วยต้านทานการกัดกร่อนและความร้อน)
- โมลิบดีนัม (Mo): 0.40 – 0.65% (เพิ่มความแข็งแรงที่อุณหภูมิสูง)
- คาร์บอน (C): 0.05 – 0.12%
คุณสมบัติทางกล (Mechanical Properties):
- ความต้านทานแรงดึง (Tensile Strength): ไม่น้อยกว่า 550 MPa (80,000 psi)
- ความเค้นคราก (Yield Strength): ไม่น้อยกว่า 460 MPa
- อัตราการยืดตัว (Elongation): ไม่น้อยกว่า 19%
ข้อแนะนำในการใช้งาน
- การอบลวดเชื่อม: ควรนำลวดเชื่อมไปอบแห้งก่อนการใช้งานที่อุณหภูมิ 325-375°C เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อลดความชื้นและป้องกันการเกิดฟองอากาศหรือรอยร้าวจากไฮโดรเจน
- การอุ่นชิ้นงาน (Preheating): ควรอุ่นชิ้นงานก่อนเชื่อมที่อุณหภูมิ 150-300°C
- การให้ความร้อนหลังเชื่อม (PWHT - Post-Weld Heat Treatment): จำเป็นต้องมีการให้ความร้อนหลังการเชื่อมที่อุณหภูมิประมาณ 650-700°C (หรือ 690°C เป็นเวลา 1 ชั่วโมง) เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติทางกลของรอยเชื่อม
- กระแสไฟฟ้า: สามารถใช้ได้ทั้งไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) และกระแสตรงขั้วกลับ (DCEP หรือ DC+)