ลวดเชื่อมไฟฟ้าเหล็กหล่อ KOBE CIA-3 AWS A5.15 Est, JIS Z3252 DFCFe.
ลวดเชื่อมไฟฟ้าเหล็กหล่อ KOBE CIA-3 เป็นลวดเชื่อมประเภทกราไฟต์ (Graphite type coating) ที่มีแกนเป็นลวดนิกเกิลผสมกับเหล็ก (55% Ni-Fe alloy core) ออกแบบมาสำหรับการเชื่อมซ่อมแซมเหล็กหล่อโดยเฉพาะ มีคุณสมบัติดังนี้:
คุณสมบัติเด่น
- มาตรฐานอ้างอิง: ตรงตามมาตรฐาน AWS A5.15 Est และ JIS Z3252 DFCFe
- ประเภทแกนลวด: เป็นลวดเชื่อมเหล็กหล่อที่มีแกนเป็น เหล็กบริสุทธิ์ (Pure Iron Core).
- การใช้งาน: เหมาะสำหรับการเชื่อมเหล็กหล่อทั่วไป เหล็กหล่อเหนียว (Nodular cast iron) และเหล็กหล่อสีเทา (Gray cast iron)
- ลักษณะการใช้งาน: เป็นลวดเชื่อมประเภทไฮโดรเจนต่ำ (Low Hydrogen) เหมาะสำหรับงานเชื่อมเหล็กหล่อที่ไม่ต้องการความสวยงามมากนัก หรือการเชื่อมเติมเนื้อ.
- ความแข็ง: แนวเชื่อมที่ได้จะมีความแข็งสูงกว่ารุ่น CIA-1 และ CIA-2 จึง ไม่เหมาะสำหรับงานที่ต้องนำไปกลึงหรือไส (Machining) หลังการเชื่อม.
- ความแข็งแรง: รอยเชื่อมมีความแข็งมากกว่ารุ่น CIA-1 แต่ยังคงคุณสมบัติในการต้านทานการแตกร้าวได้ดีเยี่ยม
- การตัดแต่ง: แนวเชื่อมที่ได้มีความแข็งที่เหมาะสม แต่หากต้องการงานที่เน้นการกลึงปาดหรือตกแต่งได้ง่ายมากๆ มักจะเปรียบเทียบกับรุ่นที่เป็นนิกเกิลบริสุทธิ์สูง (เช่น Ni 98)
- ลักษณะทางกายภาพ: มักหุ้มด้วยฟอยล์ในแต่ละเส้นเพื่อป้องกันความชื้นและรักษาคุณภาพของฟลักซ์ให้พร้อมใช้งาน
การนำไปใช้งาน (Applications)
- งานซ่อมแซมทั่วไป: ใช้สำหรับเชื่อมซ่อมรอยแตก รอยหล่อบุ๋ม หรือเติมเนื้อชิ้นงานเหล็กหล่อที่เกิดการสึกหรอ
- งานที่ไม่ต้องกลึงแต่ง: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานเชื่อมที่ "ไม่ต้องนำไปกลึงหรือไส" หลังการเชื่อม เนื่องจากแนวเชื่อมมีความแข็งมากจนเครื่องมือตัดแต่งอาจเสียหายได้
- งานเชื่อมพอกผิว: ใช้ในการเชื่อมพอกผิวเพื่อความหนาหรือเพื่อเป็นฐานก่อนเชื่อมทับด้วยลวดชนิดอื่น.
ส่วนผสมทางเคมีโดยทั่วไปของเนื้อโลหะเชื่อม (Typical Chemical Composition of Weld Metal)
เนื่องจากลวดเชื่อมรุ่นนี้มีแกนเป็นเหล็กบริสุทธิ์ และเน้นความแข็ง ข้อมูลส่วนผสมทางเคมีที่แน่นอนอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามกระบวนการผลิต แต่โดยทั่วไปจะมีองค์ประกอบหลักดังนี้:
- คาร์บอน (C): มักจะมีปริมาณค่อนข้างต่ำในเนื้อโลหะเชื่อม เพื่อควบคุมโครงสร้างหลังการแข็งตัว
- ซิลิกอน (Si): ปริมาณเล็กน้อย
- แมงกานีส (Mn): ปริมาณเล็กน้อย
- ฟอสฟอรัส (P) และ กำมะถัน (S): ควบคุมให้มีปริมาณต่ำที่สุดเพื่อลดความเสี่ยงของการแตกร้าว
โดยทั่วไปผู้ผลิตมักไม่ได้ระบุค่าทางเคมีเป็นตัวเลขที่ชัดเจนเหมือนลวดเชื่อมเหล็กโครงสร้างทั่วไป แต่จะรับประกันคุณสมบัติด้านความแข็งมากกว่า
ค่าทาง Mechanical Properties (คุณสมบัติทางกล)
สำหรับลวดเชื่อม KOBE CIA-3 คุณสมบัติทางกลหลักที่สำคัญคือเรื่องความแข็ง (Hardness) เนื่องจากเป็นลวดเชื่อมที่ให้รอยเชื่อมแข็ง (Hard weld metal):
ความแข็ง (Hardness): รอยเชื่อมจะมีค่าความแข็งสูง (Harder weld metal) ค่าความแข็งจำเพาะอาจอยู่ช่วงประมาณ 200-300 HB (Brinell Hardness) หรือสูงกว่า ขึ้นอยู่กับเหล็กหล่อชิ้นงานและสภาวะการเชื่อม แต่จะไม่สามารถกลึงแต่งได้ง่ายเหมือนลวดเชื่อมเหล็กหล่อแกนนิกเกิล (Ni-55 หรือ Ni-98)
คุณสมบัติอื่นๆ: ค่าความต้านทานแรงดึง (Tensile Strength) และค่าการยืดตัว (Elongation) มักไม่ได้เป็นคุณสมบัติหลักที่เน้นสำหรับลวดประเภทนี้ เนื่องจากเนื้อเชื่อมมีความแข็งและค่อนข้างเปราะกว่าลวดเชื่อมเหล็กหล่อชนิดนิกเกิล
คำแนะนำในการใช้งาน (Notes on Usage)
เพื่อให้ได้รอยเชื่อมที่มีคุณภาพและป้องกันการแตกร้าว (ซึ่งเป็นปัญหาหลักของเหล็กหล่อ) ควรปฏิบัติดังนี้:
- การอุ่นชิ้นงาน (Preheating): ควรอุ่นชิ้นงานก่อนเชื่อมที่อุณหภูมิประมาณ 200-350°C เพื่อลดความเครียดจากการขยายตัวและหดตัวของโลหะ
- การเชื่อม (Welding Technique):
- ควรเชื่อมเป็นแนวสั้นๆ (Short bead) ความยาวประมาณ 2-3 ซม. ในแต่ละครั้ง
- ใช้ค้อนเคาะ (Peening): ในขณะที่รอยเชื่อมยังร้อนอยู่ ให้ใช้ค้อนเคาะเบาๆ บนแนวเชื่อมเพื่อช่วยระบายความเครียดภายในโลหะ
- การเก็บรักษา: ลวดเชื่อม KOBE CIA ทุกเส้นมักหุ้มด้วยฟอยล์แยกเส้นเพื่อป้องกันความชื้น หากลวดชื้นควรนำไปอบก่อนใช้งาน
- กระแสไฟฟ้า: สามารถใช้ได้ทั้งกระแสสลับ (AC) หรือกระแสตรงต่อกลับขั้ว (DC-EP)
หากคุณต้องการงานที่ต้องนำไปกลึงแต่งได้ง่าย แนะนำให้เลือกใช้ KOBE CI-A1 (แกนนิเกิล 98%) หรือ CI-A2 (แกนนิเกิล 55%) แทนครับ