ลวดเชื่อมอาร์กอนสแตนเลสทนทานต่อการกัดกร่อน KOBE TG-S410 AWS A5.9 ER410

ลวดเชื่อมอาร์กอนสแตนเลสทนทานต่อการกัดกร่อน KOBE TG-S410 (ER410) เป็นลวดเชื่อมสแตนเลสสำหรับการเชื่อมด้วยกระบวนการ TIG (Argon) ซึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสแตนเลสกลุ่มที่มีโครเมียม 13% โดยเฉพาะ


รายละเอียดสินค้า

ลวดเชื่อมอาร์กอนสแตนเลสทนทานต่อการกัดกร่อน KOBE TG-S410      AWS A5.9 ER410

ลวดเชื่อมอาร์กอนสแตนเลส KOBE TG-S410 (ER410)  เป็นลวดเติมสำหรับการเชื่อมด้วยกระบวนการ GTAW (TIG)   เป็นลวดเชื่อมสแตนเลสกลุ่มมาร์เทนซิติก (Martensitic) ที่มีส่วนผสมของโครเมียมประมาณ 12-13%  หมาะสำหรับเชื่อมสแตนเลสเกรด 410, 403, 405, 414, 416 และกลุ่มเหล็ก 13%Cr-Al  นิยมใช้ในงานเชื่อมพอกผิว (Surfacing) และงานที่ต้องการความทนทานต่อการกัดกร่อนในสภาวะที่เหมาะสมกับสแตนเลสมาร์เทนซิติก

คุณสมบัติ

  • การจำแนกประเภท (Classification): AWS A5.9 ER410
  • ชนิดสแตนเลส: เป็นลวดเชื่อมสำหรับเหล็กกล้าไร้สนิมกลุ่มมาร์เทนซิติก (Martensitic Stainless Steel) ที่มีโครเมียมประมาณ 13%
  • ก๊าซปกคลุม (Shielding Gas): ใช้ก๊าซอาร์กอน (Ar)
  • ขั้วไฟฟ้า (Polarity): กระแสตรงขั้วลบ (DCEN)

การใช้งานที่เหมาะสม

  • งานเชื่อมพอกผิว: เหมาะสำหรับงานเชื่อมพอกผิวเพื่อความแข็งแรงหรือซ่อมแซมชิ้นงานที่ต้องการความทนทานต่อการสึกกร่อนและการกัดกร่อน
  • วัสดุที่รองรับ: ใช้เชื่อมสแตนเลสเกรด 403, 405, 410, 414, 416 และเหล็กประเภท 13%Cr-Al Steel
  • ลักษณะงาน: นิยมใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี งานวาล์ว ใบพัดปั๊ม และส่วนประกอบเครื่องจักรที่ต้องรับแรงเสียดสีและอุณหภูมิสูง 

ส่วนประกอบทางเคมีโดยทั่วไปของลวดเชื่อม (Typical Chemical Composition %)

 

CCrMnSiNiMoPSCu
0.11 - 0.1212.5 - 12.80.45 - 0.600.39 - 0.500.35 - 0.400.08 - 0.500.014 - 0.030.008-0.030.10-0.75

 

คุณสมบัติทางกลของโลหะเชื่อม (Typical Mechanical Properties of Deposited Metal)

คุณสมบัติเหล่านี้เป็นค่าทั่วไปหลังการเชื่อมด้วยกระบวนการ TIG โดยใช้ก๊าซอาร์กอน 100% และอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการอบชุบหลังเชื่อม (PWHT): 

คุณสมบัติค่าทั่วไป (หลัง PWHT)
ความต้านทานแรงดึง (Tensile Strength)ประมาณ 610 MPa (89,000 psi)
ความแข็งแรงคราก (Yield Strength 0.2%)ประมาณ 540 MPa (78,500 psi)
การยืดตัว (Elongation)ประมาณ 24%

 

ข้อแนะนำเพิ่มเติมที่สำคัญ:

  • การอุ่นชิ้นงาน (Preheat): จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเชื่อมเหล็กกลุ่มนี้ เพื่อป้องกันการแตกร้าวจากโครงสร้างมาร์เทนไซต์ที่แข็งและเปราะ แนะนำให้อุ่นชิ้นงานที่อุณหภูมิอย่างน้อย 150°C (350°F) หรือสูงกว่า
  • การควบคุมอุณหภูมิระหว่างเชื่อม (Interpass Temp): ควรรักษาอุณหภูมิไม่ให้เกิน 150°C
  • การอบชุบหลังเชื่อม (PWHT): ควรดำเนินการอบอ่อนหลังเชื่อม (Post-weld annealing treatment) เพื่อลดความเค้นตกค้างและปรับปรุงความเหนียวของแนวเชื่อม 
  • การจัดการความร้อน: สำหรับการเชื่อมสแตนเลสซีรีส์ 400 (Martensitic) มักจำเป็นต้องมีการอุ่นชิ้นงาน (Pre-heat) และการคืนตัวหลังเชื่อม (Post-weld heat treatment - PWHT) เพื่อป้องกันการแตกร้าวเนื่องจากความแข็งตึงของเนื้อโลหะ
  • สีแต้มปลายลวด: โดยปกติจะมีการระบุรหัสสีที่ปลายลวดเพื่อความสะดวกในการแยกแยะ (เช่น สีม่วงในบางมาตรฐานการผลิต) 


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy