ลวดเชื่อมไฟฟ้าพอกแข็ง KOBE-350R JIS Z3251 DF2A-400-R
ลวดเชื่อมไฟฟ้าพอกแข็ง KOBE-350R เป็นลวดเชื่อมพอกผิวแข็ง (Hardfacing) คุณภาพสูงจากแบรนด์ KOBELCO ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับการสึกหรอจากการเสียดสีระหว่างโลหะกับโลหะ (Metal-to-metal friction) และการกระแทกในระดับปานกลาง
คุณสมบัติ
- ความแข็งและความเหนียวที่สมดุล: เนื้อเชื่อมมีความแข็งประมาณ 350 Hv (หรือประมาณ 35 HRC) ซึ่งให้ความทนทานต่อการสึกหรอจากการเสียดสีได้ดี ในขณะที่ยังคงมีความเหนียวที่สมดุล
- กลึงแต่งขึ้นรูปได้: รอยเชื่อมที่ได้สามารถนำไปกลึงหรือแต่งผิวเพิ่มเติมได้สะดวก และยังสามารถชุบแข็งเพิ่มได้หลังจากกลึงแต่งแล้ว
- ประเภทฟลักซ์: เป็นชนิดไททาเนีย (Titania type) ทำให้การอาร์คเรียบสม่ำเสมอและเคาะสแลกออกได้ง่าย
- การใช้งานที่หลากหลาย: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานพอกผิวแข็งชิ้นส่วนต่างๆ เช่น ลูกกลิ้ง (rollers), เฟือง (gears), เพลา (shafts), ข้อต่อของรถขุด (track links), และล้อขับ (sprockets) ของเครื่องจักรหนัก
- การเชื่อม: สามารถใช้ได้ทั้งกระแสไฟสลับ (AC) และกระแสตรงขั้วบวก (DCEP)
- การร่อนตัวของสแลก: ฟลักซ์หุ้มชนิดไททาเนียช่วยให้สแลกร่อนตัวง่ายและให้แนวเชื่อมที่เรียบสวยงาม
ข้อแนะนำในการใช้งาน
- การอบลวดเชื่อม: ควรอบลวดเชื่อมก่อนใช้งานที่อุณหภูมิ 70-100°C เป็นเวลา 30-60 นาที เพื่อไล่ความชื้น
- การอุ่นชิ้นงาน: โดยทั่วไปอาจไม่จำเป็นต้องอุ่นชิ้นงานก่อนเชื่อม แต่สำหรับชิ้นงานขนาดใหญ่ เหล็กหล่อ เหล็กตีขึ้นรูป หรือเหล็กกล้าคาร์บอนสูง ควรทำการอุ่นชิ้นงานที่อุณหภูมิ 150°C หรือมากกว่า เพื่อป้องกันการแตกร้าว
- การเชื่อมหลายชั้น: ในกรณีที่ต้องการเชื่อมพอกหลายชั้น ควรใช้ลวดเชื่อมรองพื้น (buffer layer) ที่เหมาะสมก่อน และไม่ควรเชื่อมพอกด้วยลวด KOBE-350R เกิน 2 ชั้น เพื่อป้องกันการแตกร้าวที่อาจเกิดขึ้นได้
ส่วนประกอบทางเคมี (Typical Chemical Composition)
เนื้อโลหะเชื่อมประกอบด้วยธาตุผสมหลักที่ช่วยส่งเสริมความแข็งแรงและความทนทาน:
- คาร์บอน (C): 0.25%
- ซิลิคอน (Si): 0.49%
- แมงกานีส (Mn): 1.38% (ช่วยเพิ่มความเหนียวและการตอบสนองต่อการชุบแข็ง)
- โครเมียม (Cr): 1.16% (เพิ่มความแข็งและความทนทานต่อการเสียดสี)
ข้อมูลทางเทคนิคและมาตรฐาน (Technical Specifications)
- มาตรฐานอ้างอิง: JIS Z3251 DF2A-350-R (ซึ่งระบุถึงลวดเชื่อมพอกผิวแข็งชนิดฟลักซ์ไทเทเนีย)
- โครงสร้างเนื้อโลหะเชื่อม: เป็นแบบ Pearlite ซึ่งมีจุดเด่นคือความเหนียวสูง ทนต่อการแตกร้าวได้ดีเยี่ยม และง่ายต่อการตัดแต่งด้วยเครื่องมือกล
- ความแข็ง (Hardness):
- ชั้นเดียว: ประมาณ 28 - 32 HRC (เมื่อเชื่อมบนเหล็กเหนียว)
- หลายชั้น: ประมาณ 35 - 38 HRC (หรือ 350 - 400 HV)
- หลังชุบแข็ง (Oil Quenching): สามารถเพิ่มความแข็งได้ถึงระดับ 510 HV หากนำไปผ่านกระบวนการความร้อนหลังจากการกลึงแต่ง