ลวดเชื่อมไฟฟ้านิกเกิลอัลลอยด์ HYUNDAI INCONEL SR-182 AWS A5.11/ASME SFA5.11 ENiCrFe-3, JIS Z3224 DNiCrFe-3, EN ISO 14172 Ni 6182
ลวดเชื่อมไฟฟ้า INCONEL HYUNDAI SR-182 (ENiCrFe-3) เป็นลวดเชื่อมคุณภาพสูงชนิดนิกเกิลอัลลอยด์ที่ออกแบบมาสำหรับการเชื่อมโลหะผสมนิกเกิล-โครเมียม-เหล็กเข้าด้วยกันเอง เช่น Inconel 600 และ 601 รวมถึงงานเชื่อมต่อต่างชนิดระหว่างเหล็กกล้าไร้สนิมและเหล็กกล้าเจือต่ำ หรือเชื่อมต่อกับเหล็กกล้าคาร์บอนและสเตนเลส มีคุณสมบัติเด่นคือทนทานต่อการแตกร้าวได้ดีเยี่ยมและสามารถทนอุณหภูมิสูงได้
คุณสมบัติเด่น
ลวดเชื่อมรุ่นนี้มีคุณสมบัติเด่นหลายประการที่เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรมเฉพาะทาง:
- มาตรฐานการรับรอง: เป็นไปตามมาตรฐานสากล AWS A5.11/ASME SFA5.11 ENiCrFe-3, JIS Z3224 DNiCrFe-3 และ EN ISO 14172 Ni 6182
- ความต้านทานการแตกร้าว: มีความต้านทานต่อการแตกร้าวได้ดีเยี่ยม เนื่องจากมีปริมาณแมงกานีสสูง ซึ่งช่วยลดโอกาสการเกิด micro fissures
- ความเสถียรของอาร์ค: ให้การอาร์คที่เสถียร มีสะเก็ดไฟน้อย และสามารถลอกแสล็ก (slag) ออกได้ง่าย ทำให้ได้แนวเชื่อมที่สะอาดและมีประสิทธิภาพ
- การใช้งานที่อุณหภูมิสูง: สามารถทนต่ออุณหภูมิสูงได้ดีและมีความแข็งแรงในการแตกตัวสูง (high rupture strength) จึงเหมาะสำหรับใช้งานในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและโรงงานไฟฟ้า
- กระแสเชื่อม: ใช้งานได้ทั้งกระแสตรง (DC+) และกระแสสลับ (AC)
การใช้งานหลัก
ลวดเชื่อม INCONEL HYUNDAI SR-182 ถูกนำไปใช้ในงานเชื่อมที่ต้องการคุณสมบัติพิเศษด้านความทนทานและการเชื่อมต่อวัสดุที่หลากหลาย:
- การเชื่อม Inconel: ใช้เชื่อมโลหะผสม Inconel 600 และ Inconel 601 เข้าด้วยกันเอง
- การเชื่อมต่างชนิด (Dissimilar Welding): ใช้เชื่อมต่อระหว่างโลหะผสมนิกเกิล-โครเมียม-เหล็กกับเหล็กกล้าไร้สนิม, เหล็กกล้าเจือต่ำ, นิกเกิล และโลหะผสม Monel
- งานเชื่อมพอกผิว (Overlay Welding): เหมาะสำหรับงานเชื่อมพอกผิวเหล็กกล้าเพื่อเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อนหรือคุณสมบัติอื่นๆ
ส่วนประกอบทางเคมีของเนื้อโลหะเชื่อม (Typical Result)
ลวดเชื่อมนี้มีส่วนผสมของแมงกานีส (Mn) สูง เพื่อช่วยเพิ่มความต้านทานต่อการแตกร้าว (Crack resistance)
- Ni (นิกเกิล): ~72.0% (เป็นส่วนประกอบหลักเพื่อต้านทานการกัดกร่อน)
- Cr (โครเมียม): ~16.3% (ช่วยเรื่องความแข็งแรงและการเกิดออกซิเดชัน)
- Mn (แมงกานีส): ~6.5% (ช่วยป้องกันการแตกร้าวขณะร้อน)
- Fe (เหล็ก): ~5.2%
- Nb+Ta (ไนโอเบียม + แทนทาลัม): ~1.8% (ช่วยเพิ่มความแข็งแรงที่อุณหภูมิสูง)
- C (คาร์บอน): ~0.06%
คุณสมบัติทางกล (Typical Mechanical Properties)
- ความต้านทานแรงดึง (Tensile Strength): 650 MPa (94,000 psi)
- ความยืดหยุ่น (Elongation): 40.0%
- ความทนทานต่อแรงกระแทก (Impact Value): 76 J ที่อุณหภูมิ -196°C (Cryogenic Temperature)
การใช้งานในอุตสาหกรรม (Applications)
นิยมใช้ในงานที่ต้องเผชิญกับอุณหภูมิวิกฤตและสภาพแวดล้อมที่กัดกร่อนรุนแรง:
- อุตสาหกรรมก๊าซ (LNG): ใช้ในการผลิตถังเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG storage tanks)
- โรงงานไฟฟ้าและเคมี: ใช้เชื่อมอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน (Heat exchanger) และระบบบำบัดก๊าซซัลเฟอร์ (Desulfurization)
- การเชื่อมโลหะต่างชนิด: เชื่อมต่อระหว่างเหล็กกล้าคาร์บอน (Carbon steel) กับสแตนเลส หรือนิกเกิลอัลลอยด์
คำแนะนำเทคนิคการเชื่อม (Welding Tips)
- การอบลวดเชื่อม: ต้องอบที่อุณหภูมิ 300-350 องศาเซลเซียส ประมาณ 60 นาที ก่อนใช้งาน เพื่อลดความชื้นในฟลักซ์
- ความสะอาด: ต้องทำความสะอาดผิวหน้างานให้ปราศจากสนิม, น้ำมัน, สี และคราบสแลกก่อนเริ่มเชื่อม
- เทคนิคการเชื่อม: รักษาระยะอาร์ก (Arc) ให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ และควรใช้กระแสไฟเชื่อมที่ต่ำที่สุดที่ยังสามารถเชื่อมได้ เพื่อลดความร้อนสะสม
- อุณหภูมิระหว่างทาง (Interpass Temp): ควรคุมให้อยู่ที่ประมาณ 150 องศาเซลเซียส เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด