ลวดเชื่อมไฟฟ้าเหล็กทนแรงดึงสูง HYUNDAI S-11018.M AWS A5.5 E11018-M

ขนาด-บรรจุ

คำอธิบายสินค้าแบบย่อ

ลวดเชื่อมไฟฟ้าเหล็กทนแรงดึงสูง HYUNDAI S-11018.M (AWS A5.5 E11018-M) เป็นลวดเชื่อมประเภทไฮโดรเจนต่ำที่มีคุณสมบัติความแข็งแรงสูงมาก เหมาะสำหรับงานเชื่อมเหล็กทนแรงดึงสูงพิเศษและงานทางทหาร

รายการโปรด
รายละเอียดสินค้า

ลวดเชื่อมไฟฟ้าเหล็กทนแรงดึงสูง HYUNDAI S-11018.M  AWS A5.5 / ASME SFA5.5 E11018-M,  ISO 18275-A E62 2 Mn2NiMo B 1 2

ลวดเชื่อมไฟฟ้าเหล็กทนแรงดึงสูง HYUNDAI S-11018.M (E11018-M)  เป็นลวดเชื่อมประเภทไฮโดรเจนต่ำที่ออกแบบมาสำหรับการเชื่อมเหล็กทนแรงดึงสูงระดับ 800MPa (ประมาณ 110,000 psi) โดยให้คุณภาพแนวเชื่อมที่ดีเยี่ยมและทนทานต่อการแตกร้าว ซึ่งเหมาะสำหรับงานโครงสร้างวิกฤต เช่น การสร้างเรือรบ, แท่นขุดเจาะนอกชายฝั่ง, และเครื่องจักรขนส่งหนัก 

คุณสมบัติหลัก

  • ประเภทลวดเชื่อม: เป็นลวดเชื่อมไฟฟ้าชนิด Low-hydrogen (ไฮโดรเจนต่ำ) แบบมีส่วนผสมของผงเหล็กในฟลักซ์ (iron powder) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมและปริมาณเนื้อโลหะสะสม
  • ความต้านทานแรงดึง: เนื้อโลหะเชื่อมมีความต้านทานแรงดึงสูงถึงประมาณ 760-810 MPa (ประมาณ 110,000 - 116,000 psi)
  • ความเหนียวที่อุณหภูมิต่ำ: ให้ค่าความเหนียวทนแรงกระแทก (Charpy V-notch impact values) ที่ดีเยี่ยม แม้ในอุณหภูมิต่ำถึง -51°C (-60°F) ซึ่งเหมาะสำหรับโครงสร้างที่ใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศหนาวเย็น
  • คุณภาพแนวเชื่อม: ให้ประสิทธิภาพการตรวจสอบด้วย X-ray ที่ดีเยี่ยม (good X-ray quality) สะเก็ดไฟน้อย และลอกสแลกได้ง่าย
  • ความสามารถในการเชื่อม: สามารถเชื่อมได้ดีในทุกท่าเชื่อม (All positions) 

การใช้งาน

ลวดเชื่อม HYUNDAI S-11018.M (E11018-M) เหมาะสำหรับงานเชื่อมที่ต้องการความแข็งแรงสูงและคุณภาพงานเชื่อมระดับพรีเมียม โดยมีการใช้งานในอุตสาหกรรมเฉพาะทางดังนี้:

  • การเชื่อม เหล็กทนแรงดึงสูง เช่น เหล็กเกรด HY-80, HY-90, HY-100 และ T-1
  • งานสร้างโครงสร้างแท่นขุดเจาะน้ำมันในทะเล (Offshore structures) ที่ต้องทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรง
  • การสร้างเรือ, สะพาน, อาคาร และภาชนะแรงดัน ที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ
  • งานเชื่อมในอุตสาหกรรมทางทหารที่ต้องการคุณสมบัติทางกลสูง

คำแนะนำการใช้งานที่สำคัญ

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:

  1. การอบลวดเชื่อม: ควรนำลวดเชื่อมไปอบที่อุณหภูมิ 350 - 400°C เป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนใช้งาน เพื่อให้แน่ใจว่าความชื้นในฟลักซ์อยู่ในระดับต่ำที่สุด
  2. การอุ่นชิ้นงาน (Preheating): ควรอุ่นชิ้นงานที่อุณหภูมิประมาณ 200-300°C (392-572°F) โดยอุณหภูมิที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่นเหล็กและชนิดของเหล็กที่เชื่อม
  3. การเก็บรักษาและการอบซ้ำ: หากลวดเชื่อมสัมผัสกับบรรยากาศเป็นเวลานาน ควรอบซ้ำเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงที่อุณหภูมิ 350°C (662°F) ก่อนใช้งาน หลังเปิดใช้งานแล้ว ควรเก็บในตู้อบรักษาอุณหภูมิ (holding oven) ที่ 120-150°C (250-300°F) จนกว่าจะใช้งาน
  4. กระแสเชื่อมที่แนะนำ: ใช้กระแสไฟฟ้ากระแสตรงขั้วบวก (DCEP) หรือกระแสสลับ (AC) โดยช่วงกระแสจะแตกต่างกันไปตามขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของลวดเชื่อม 

ข้อมูลจำเพาะ (Specifications)

คุณสมบัติรายละเอียด
แบรนด์ (Brand)HYUNDAI
มาตรฐาน (Standard)AWS A5.5 E11018-M
กระบวนการเชื่อม (Process)SMAW
ชนิดฟลักซ์ / ลวดเชื่อมชนิดเบสิก-ไฮโดรเจนต่ำผสมผงเหล็ก 760 MPa M-grade
ส่วนผสมทางเคมี (Chemical)C: 0.07%, Si: 0.48%, Mn: 1.62%, Cr: 0.2%, Ni: ~1.6%, Mo: ~0.3%
ขั้วไฟฟ้า (Polarity)AC หรือ DC+
แรงดึงประลัย Yield (0.2%OS)722 MPa
แรงดึงประลัย (Tensile Strength)796 MPa
ความทนทานแรงกระแทก (Impact)50 J ที่ -50°C
ท่าเชื่อม (Welding Positions)ทุกตำแหน่ง ยกเว้นแนวดิ่งลง
อุณหภูมิอุ่นงาน (Preheat)150°C ขึ้นไป
กระแสไฟฟ้า (Amperage)2.6mm: 60–90A | 3.2mm: 90–140A | 4.0mm: 130–190A

จุดเด่นสินค้า

  • ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล AWS A5.5 E11018-M — รับประกันคุณสมบัติเชิงกลและเคมีตรงตามข้อกำหนด
  • แรงดึงประลัย (Tensile Strength) 760 MPa (110,000 psi) — เหมาะสำหรับงานโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงสูง
  • ฟลักซ์ ชนิดเบสิก-ไฮโดรเจนต่ำผสมผงเหล็ก Military-Grade — ลดความเสี่ยงรอยแตกจากไฮโดรเจน (Hydrogen-Induced Cracking) ในงานโครงสร้างเหล็กหนา
  • ทนแรงกระแทก (Charpy V-notch Impact) ≥ 47 J ที่ -40°C — ใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมอุณหภูมิต่ำ
  • ThaiBuyTools จัดจำหน่ายลวดเชื่อม HYUNDAI คุณภาพเกาหลี พร้อมส่งทั่วประเทศ — ส่งด่วนกรุงเทพ 3 ชั่วโมง | EEC วันถัดไป | ทั่วประเทศ 1–3 วัน

วิธีการใช้งาน

1. อุ่นชิ้นงานหากต้องการ ตามมาตรฐาน AWS D1.1
2. ตั้งค่ากระแสไฟฟ้า (Amperage) ตามขนาดลวดเชื่อม: 2.6mm: 55–95A | 3.2mm: 80–140A | 4.0mm: 130–195A
3. ใช้แหล่งจ่ายไฟ AC หรือ DC+ ตามชนิดลวดเชื่อม
4. จุดอาร์ก (Arc Strike) บนชิ้นงานในตำแหน่งที่ต้องการเชื่อม
5. เชื่อมด้วยความเร็วสม่ำเสมอ รักษาระยะห่างอาร์ก (Arc Length) ให้สั้น (≈ เส้นผ่าศูนย์กลางลวด)
6. เคาะกากฟลักซ์ออกหลังเชื่อมเสร็จ ตรวจสอบความสมบูรณ์ของแนวเชื่อม

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy